การจ้างผลิต : Rinzes Beloved Forever


การจ้างผลิต

หมวดหมู่: ข้อมูลทั่วไป วันที่เผยแพร่: 22 ธันวาคม 2016 .

ลูกค้าที่ต้องการสั่งผลิตสินค้ากับทาง Rinzes กรุณาอ่านรายละเอียดตามด้านล่างค่ะ
และสามารถติดต่อกับเราได้ที่
TEL: 02-947-9712
LINE ID: @rinzes
Email: info@rinzes.com

ดาวโหลดไฟล์เอกสาร:
1. เงื่อนไขการสั่งผลิตสินค้า (Term and Condition)
2. รายการแคตตาล็อกสินค้าที่ผลิต (Product Catalogue)
3. สัญญาจ้างผลิต (OEM Contract)
4. รายการขวดบรรจุภัณฑ์ (Container Catalogue)
5. รายละเอียดตัวแทนจำหน่าย (Distributor)
6. แบบสำรวจลักษณะสินค้าที่ต้องการผลิต OEM

รูปแบบการสั่งผลิต OEM

(กรุณาคลิกที่รูปเพื่อดูภาพขยาย)

 

แผนผังการดำเนินการการสั่งผลิตดังนี้ (OEM Flowchart)

(กรุณาคลิกที่รูปเพื่อดูภาพขยาย)

ข้อมูลทั่วไป

รายละเอียดการสั่งผลิตและเงื่อนไขการใช้บริการโดยทั่วไป มีดังนี้
ทางบริษัทไม่รับยื่นจดแจ้ง อย. ให้กับเครื่องสำอางที่ผลิตจากแหล่งอื่น
หมายเหตุ: ทางผู้รับจ้างขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินหรือคืนเป็นสินค้าอื่นๆในทุกกรณี
และไม่ว่าผู้ว่าจ้างจะทำการสั่งสินค้าทางช่องทางใดก็ตาม หากมีการชำระเงินแล้ว ทางผู้รับจ้างจะถือว่า ผู้ว่าจ้างยืนยันการสั่งสินค้า และเข้าใจพร้อมทั้งยอมรับทุกเงื่อนไขของผู้ว่าจ้าง
การสั่งผลิตเครื่องสำอางมี 2 แบบ ดังนี้

1. แบบสูตรมาตรฐานของ Rinzes
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ :
ราคาสินค้าที่สั่งผลิต = ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับแต่ละสูตร
ค่าดำเนินการ = 1,000 บาท (จ่ายครั้งแรกครั้งเดียว)
ค่าจดแจ้งอย.ผลิตภัณฑ์ละ = 1,500 บาท/ผลิตภัณฑ์
ค่าธรรมเนียมผลิตภัณฑ์ละ = 1,000 บาท/3ปี (จ่ายค่าธรรมเนียมให้กับอย.)
ผู้ว่าจ้างส่งสัญญาจ้างทำของ และเอกสารที่จะใช้ในการจดแจ้งอย.กลับมาให้กับทางบริษัทฯ
หมายเหตุ: หากผู้ว่าจ้างไม่มีการสั่งผลิตสินค้าจริงภายใน 30 วันนับจากวันที่แจ้งชำระเงิน ทางผู้รับจ้างขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินหรือคืนเป็นสินค้าอื่นๆในทุกกรณี

2. แบบปรับสูตรได้
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ :
ราคาสินค้าที่สั่งผลิต = ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับแต่ละสูตร
ค่าดำเนินการ = 1,000 บาท (จ่ายครั้งแรกครั้งเดียว)
ค่าจดแจ้งอย.ผลิตภัณฑ์ละ = 1,500 บาท/ผลิตภัณฑ์
ค่าพัฒนาสูตร = 3,000 บาท/สูตร (จ่ายครั้งแรกที่พัฒนาสูตรนั้นๆ ครั้งเดียว)
ค่าธรรมเนียมผลิตภัณฑ์ละ = 1,000 บาท/3ปี (จ่ายค่าธรรมเนียมให้กับอย.)
โดยการพัฒนาสูตร ทางผู้รับจ้างจะส่งตัวอย่างจำนวน 3 ตัวอย่าง ตัวอย่างละ 50 กรัม ให้ทางผู้ว่าจ้างเลือกและกรอกแบบฟอร์มหนังสือตอบกลับสินค้าที่ต้องการสั่งผลิต ส่งกลับมาที่บริษัทฯของผู้ว่าจ้าง หากผู้ว่าจ้างไม่ส่งเอกสารฉบับนี้กลับมา จะไม่สามารถดำเนินการพัฒนาสูตร, จดแจ้งอย., ผลิตในขั้นต่อไปได้

หมายเหตุ:
2.1) หากผู้ว่าจ้างไม่พอใจกับตัวอย่างที่ทางผู้รับจ้างส่ง ไปให้เลือก สามารถปรับสูตรได้ฟรีอีก 1 ครั้ง แต่หากยังไม่พอใจในสูตรอีก จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มครั้งละ 3,000 บาท/สูตร (จะได้ตัวอย่างจำนวน 3 ตัวอย่าง ตัวอย่างละ 50 กรัม และปรับสูตรได้ฟรีอีก 1 ครั้ง)
** ปรับสูตร หมายถึง ปรับลักษณะเนื้อสินค้า แต่ไม่สามารถเพิ่ม, ลดสารบำรุงที่เลือกไว้ในตอนแรกได้ **

2.2) หากผู้ว่าจ้างไม่สามารถสรุปสูตรและไม่มีการสั่งผลิตสินค้าจริงภายใน 30 วันนับจากวันที่ผู้รับจ้างส่งตัวอย่างไปให้เลือก ทางผู้รับจ้างขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินหรือคืนเป็นสินค้าอื่นๆในทุกกรณี
การสั่งผลิตสินค้าเดิมในครั้งถัดไป ผู้ว่าจ้างจะต้องแจ้งข้อมูลต่อไปนี้เสมอ
- เลขที่ใบรับแจ้งของสินค้าที่ต้องการสั่งผลิต
- รหัสลูกค้าของผู้ว่าจ้าง

 

ค่าใช้จ่ายในการบรรจุ เป็นดังนี้
​(ลูกค้าเลือกภาชนะบรรจุจากทางบริษัท หรือจัดหาภาชนะบรรจุ, สติกเกอร์, กล่องเองและจัดส่งมาให้ทางบริษัทก็ได้ แต่ทางผู้รับจ้างจะไม่รับภาชนะบรรจุที่เป็นหลอดหยด (Dropper))
1. บรรจุใส่กระปุก, ขวด และบรรจุภัณฑ์ปากกว้างต่างๆ
- บรรจุอย่างเดียว ชิ้นละ 3 บาท
- ติดสติกเกอร์ เพิ่มอีกชิ้นละ 3 บาท
- ใส่กล่อง เพิ่มอีกชิ้นละ 5 บาท หรือ 8 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของการประกอบกล่อง
- Shrink film เพิ่มอีกชิ้นละ 4 บาท

2. บรรจุใส่หลอดที่มีปากขนาดเล็ก เช่น หลอดโฟม, หลอด BB เป็นต้น
- บรรจุอย่างเดียว ชิ้นละ 5 บาท
- ติดสติกเกอร์ เพิ่มอีกชิ้นละ 3 บาท
- ใส่กล่อง เพิ่มอีกชิ้นละ 5 บาท หรือ 8 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของการประกอบกล่อง
- Shrink film เพิ่มอีกชิ้นละ 4 บาท


ขั้นตอนการดำเนินการสำหรับการยื่นขอเลขที่ใบรับแจ้ง มีรายละเอียดดังนี้
(กรุณาศึกษาข้อมูลให้ละเอียด เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินการ)

A. การดำเนินการเบื้องต้น
เอกสารประกอบ

1. บุคคลธรรมดา
1.1 สำเนาบัตรประชาชน 2 ชุด
1.2 สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ชุด
1.3 แผนที่วาดที่อยู่ตามสำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน
หมายเหตุ: ที่อยู่ตามบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, แผนที่วาด จะต้องตรงกัน

2. บุคคลธรรมดา+ชื่อร้าน
2.1 สำเนาบัตรประชาชน 2 ชุด
2.2 สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ชุด
2.3 สำเนาทะเบียนพาณิชย์ของร้านค้า 2 ชุด
2.4 แผนที่ตั้งที่อยู่อาศัย/ร้าน/บริษัท 2 ชุด

3. นิติบุคคล
3.1 สำเนาบัตรประชาชน 2 ชุด
3.2 สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ชุด
3.3 สำเนาทะเบียนบ้านของบริษัท 2 ชุด
3.4 สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี ภพ.20 2 ชุด
3.5 สำเนาหนังสือจดทะเบียนพาณิชย์ 2 ชุด
3.6 สำเนาหนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล 2 ชุด
3.7 แผนที่ตั้งที่อยู่บริษัท 2 ชุด
หมายเหตุ: กรณีนิติบุคคล ให้เซ็นต์ชื่อกรรมการบริษัทพร้อมทั้งประทับตราบริษัทที่เอกสารทุกชุด และแผนที่ของบริษัทต้องตรงกับที่อยู่ของบริษัท

 

B. จดแจ้งผลิตภัณฑ์
รายละเอียดที่ทางผู้ว่าจ้างต้องแจ้งกับทางผู้รับจ้าง ได้แก่
1. ชื่อการค้า (ไทย/อังกฤษ)
2. ชื่อเครื่องสำอาง (ไทย/อังกฤษ)
3. ชื่อผู้รับผิดชอบวางตลาดภายในประเทศ
4. ลักษณะภาชนะบรรจุุ
5. ขนาดบรรจุ
6. ภาพถ่ายภาชนะบรรจุ

สรุปขั้นตอนการดำเนินการยื่นขอเลขที่ใบรับแจ้ง
1. ดำเนินการเบื้องต้น
2. ยื่นจดแจ้งผลิตภัณฑ์

 

ข้อควรรู้

1. ในการดำเนินการเบื้องต้นจะต้องดำเนินการที่กระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น ส่วนรอบ 3 ปีถัดไป ทางกระทรวงฯจะมีหนังสือแจ้งให้ลูกค้าชำระเงินค่าธรรมเนียมทางธนาคารที่กระทรวงฯกำหนดไว้

2. ลูกค้าสามารถตรวจสอบเลขที่ใบรับแจ้งของตนเองได้ที่เว็บไซต์ http://fdaolap.fda.moph.go.th/logistics/cosmetic/menu-cos.asp

3. เลขที่ใบรับแจ้งที่ได้รับถือว่าเป็นเลขจำเพาะของสินค้าที่ได้ยื่นจดทะเบียนตามกฏเกณฑ์กระทรวงฯ ไม่สามารถนำไปใช้กับเครื่องสำอางที่มีสูตร, ชื่อการค้า, ชื่อสินค้า ที่แตกต่างจากที่ระบุไว้ได้ หากฝ่าฝืน ถือว่าเป็นเครื่องสำอางปลอม อาจถูกเพิกถอนเลขที่ใบรับแจ้งและทะเบียนผู้ประกอบการ รวมทั้งอาจได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้

4. การจดแจ้งเครื่องสำอางนั้นไม่ได้หมายความว่าเครื่องสำอางนั้นผ่านมาตรฐานกระทรวงฯ เพียงแต่เป็นการแจ้งกับกระทรวงฯว่าเครื่องสำอางตัวนั้นใครเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่าย

5. ในใบรับแจ้งจะมีเลข 13 ตัว แต่เลข 13 ตัวนี้ไม่ใช่เลขอย. แต่เป็นเลขการจดแจ้ง และเครื่องสำอางไม่จำเป็นต้องมีสัญลักษณ์อย. เหมือนกับอาหารและยา

6. การนำเลข 13 ตัว มาอ้างอิงเป็นเลข อย. โดยจัดทำสัญลักษณ์ อย. ถือว่าผิด เพราะเป็นเพียงเลขจดแจ้งเท่านั้น
การพิจารณาคำที่ใช้เป็นชื่อการค้า หรือชื่อเครื่องสำอาง

7. ชื่อการค้าหรือชื่อเครื่องสำอางอาจเป็นคำที่ใช้เป็นชื่อเฉพาะ สื่อถึงสารเคมี สรรพคุณ รูปแบบ ประเภทของผลิตภัณฑ์ มีเกณฑ์การตั้งชื่อดังนี้
7.1) ชื่อการค้าและชื่อเครื่องสำอาง ที่เป็นภาไทยและอังกฤษต้องมีความหมายสอดคล้องกัน หรือใช้ทับศัพท์
7.2) ไม่ใช้ข้อความทำนองโอ้อวด ไม่สุภาพ
7.3) ไม่ใช้ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
7.4) ไม่ใช้ข้อความที่ไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมดีงามของไทย

 

คำที่ห้ามนำมาใช้

1. สื่อถึงการบำบัด เช่น Cure, Healing, Medicated เป็นต้น
2. สื่อถึงการฆ่าเชื้อโรค เช่น Antiseptic, Disinfectant เป็นต้น
3. สื่อถึงผลต่อสุขภาพ เช่น Slender, Shaper เป็นต้น
4. สื่อถึงการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ร่างกาย เช่น Injection, Implant เป็นต้น
5. คำที่สื่อถึงสารที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอาง เช่น Hormones, Estrogen เป็นต้น
6. คำที่สื่อถึงผลิตภัณฑ์ยา เช่น Botox เป็นต้น

คำที่อาจนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องสำอางได้
1. นำคำที่เป็นชื่อสารมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อการค้าและชื่อผลิตภัณฑ์ เช่น Vitamic C แสดงว่าสูตรมีสาร Ascorbic acid
2. คำว่า whitening/lightening/brightening เมื่อในสูตรมีสาร เช่น สารป้องกันแสงแดด สารกลุ่ม AHAs เป็นต้น
3. คำว่า Lightening/Brightening เมื่อเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว เช่น โฟมล้างหน้า ผลิตภัณฑ์ล้าง/เช็ดผิวหน้า ผลิตภัณฑ์ขัดผิวหน้า เป็นต้น

 

ข้อชี้แจงเกี่ยวกับการจดแจ้งเลขที่ใบรับแจ้งเครื่องสำอาง
การจดแจ้งจะมีบริษัทเคมีภัณฑ์ ลาบอราทอรี่ส์ จำกัด เป็นชื่อผู้ประกอบการ และชื่อการค้าจะเป็นชื่อการค้าของผู้ว่าจ้าง

คำเตือน
หากผู้ว่าจ้างขาดการเคลื่อนไหวในการสั่งผลิตสินค้ากับทางผู้รับจ้างเป็นระยะเวลามากกว่า 6 เดือน นับจากวันที่ทำการเซ็นต์สัญญา ทางผู้รับจ้างจะดำเนินการยกเลิกเลขที่ใบรับแจ้งของสินค้าดังกล่าวทันที โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ผู้รับจ้างขอสงวนสิทธิ์ในการให้บริการต่อผู้ว่าจ้างที่ประพฤติขัดต่อกฎหมาย ไม่เป็นไปตามกฎระเบียบและเงื่อนไขต่างๆของผู้รับจ้าง และหรือทำการใดๆที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบ
และหรือสร้างความเสียหายหรือสร้างความไม่สงบเรียบร้อยให้กับผู้ว่าจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
และผู้รับจ้างจะไม่รับผิดชอบในทุกกรณี โดยผู้ว่าจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใดๆทั้งสิ้นจากทางผู้รับจ้าง

 

ผู้รับจ้างจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและเงื่อนไขต่างๆเพื่อความเหมาะสมอยู่เสมอ
ผู้รับจ้างขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และทางผู้รับจ้างจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดแก่ลูกค้าหรือบุคคลที่สามอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงนี้
 
 

ตัวอย่าง ฉลากสินค้าที่เหมาะสม


(กรุณาคลิกที่รูปเพื่อดูภาพขยาย)

 

 

 

 




Link:


  • 7-Eleven
  • Visa
  • Master Card
  • Paypal